INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit
ช่วงชีวิตที่ลงตัวใจกลางย่านอ่อนนุช
มีบางสิ่งพิเศษที่ทำให้ INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit ให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา รายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัวค่อย ๆ บอกเล่าคาแรกเตอร์ของโรงแรม โดยไม่ได้พยายามทำให้ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบหรือเป็นทางการเกินไป กลับให้ความรู้สึกเหมือนที่พักในเมืองที่กลับมาแล้วรู้สึกสบายใจ จะนั่งพักหลังออกไปเที่ยวกรุงเทพฯ แวะทานอาหาร นั่งทำงาน หรือขึ้นไปชมวิวเมืองจากด้านบน ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบง่าย ในจังหวะที่ไม่ต้องเร่งรีบ
INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit ตั้งอยู่ในย่านอ่อนนุช ย่านสงบใจกลางเมืองซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากย่านที่คุ้นเคยของคนกรุงเทพฯ กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และสีสันใหม่ ๆ มากขึ้น ทำให้ INNSiDE เชื่อมต่อกับบรรยากาศของเมืองได้อย่างลงตัว อยู่ใกล้ความคึกคักของอ่อนนุช แต่เมื่อกลับเข้ามาในโรงแรม ก็ยังมีมุมสงบให้พักจากความวุ่นวายของเมืองได้อย่างพอดี
ยกระดับการพักผ่อนให้เป็นส่วนตัวยิ่งกว่ามุมไหน ๆ ในอ่อนนุช ภายในห้องพักประเภท Townhouse ที่แยกพื้นที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่นออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้ห้องดูกว้าง โปร่ง และใช้งานได้อย่างลงตัว ขณะที่หน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานเปิดมุมมองออกสู่กรุงเทพฯ และเติมแสงธรรมชาติให้กับพื้นที่พักผ่อน ซึ่งกลายเป็นมุมเล็ก ๆ สำหรับกลับมาหยุดพักโดยไม่จำเป็นต้องออกไปเผชิญความวุ่นวายด้านนอก จะเปิดเพลงเบา ๆ อ่านหนังสือสักพัก หรือเพียงนั่งมองรถราและตึกสูงที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า ปล่อยให้เมืองดำเนินต่อไปตามจังหวะของมันเอง หลังจากวันที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว การมีพื้นที่ส่วนตัวให้ได้ช้าลงและหยุดพักสักครู่ อาจเป็นหนึ่งในความสบายที่เรียบง่ายแต่ดีที่สุดของการเข้าพักที่นี่
นอกจากพื้นที่ด้านล่างที่คอยต้อนรับด้วยบรรยากาศอบอุ่นแล้ว เสน่ห์อีกด้านของ INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเราไต่ระดับขึ้นมาบนชั้นสูง โดยเฉพาะชั้น 31 ที่เป็นที่ตั้งของ The Kites Eatery ห้องอาหารที่เหมาะจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยวิวกรุงเทพฯ แบบเต็มตา แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านบานกระจกขนาดใหญ่ ขณะที่ว่าวซึ่งถูกนำมาตีความผ่านงานศิลปะภายในร้านก็ช่วยเติมเรื่องราวของเมืองเข้ามาอย่างน่ารัก ชวนให้นึกถึงภาพว่าวที่เคยลอยอยู่เหนือสนามหลวงในวันวาน มื้อเช้าที่นี่เสิร์ฟแบบบุฟเฟต์ มีทั้งเมนูสดใหม่และอาหารที่กินง่ายสบาย ๆ ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศในช่วงกลางวันด้วย Pinto Lunch Set ปิ่นโตซ้อนชั้นที่บรรจุอาหาร 4 คอร์สเอาไว้ข้างใน แต่ละจานหยิบเอารสชาติแบบโฮมเมดจากหลากหลายภูมิภาคของไทยมาเล่าใหม่ ไล่ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ใช้วัตถุดิบจากฟาร์มท้องถิ่น และเสิร์ฟมาในปิ่นโตที่ชวนให้นึกถึงมื้ออาหารเรียบง่ายในวันเก่า ๆ ทำให้มื้อกลางวันในโรงแรมมื้อนี้มีความเป็นกันเองขึ้นมาอีกนิด
จากชั้น 31 ขึ้นมาอีกหนึ่งชั้น บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอีกแบบที่ Open Living Lounge บนชั้น 32 พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนยกห้องนั่งเล่นสบาย ๆ ขึ้นมาไว้บนชั้นสูง จะนั่งเปิดแล็ปท็อปทำงานต่ออีกสักพัก หรือแค่สั่งกาแฟมานั่งปล่อยเวลาไปเรื่อย ๆ ก็ไม่มีอะไรผิด Brew and Bite Delight ที่จับคู่กาแฟชงสดกับขนมอบก็เหมาะพอดีกับช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างวัน บางทีการได้มีมุมให้หลบออกจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ สักชั่วโมง โดยไม่ต้องไปไหนไกล ก็อาจเป็นหนึ่งในความสุขเล็ก ๆ ที่ทำให้การเข้าพักครั้งนี้รู้สึกพิเศษขึ้นกว่าที่คิด
เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น บรรยากาศของโรงแรมก็เปลี่ยนไปอีกแบบเมื่อขึ้นมาบนชั้นสูง LUZ Bangkok Tapas Bar ที่ทอดตัวอยู่บนชั้น 33 และ 34 เติมสีสันอีกด้านให้กับค่ำคืน ด้วยอาหารสเปนที่ถูกนำมาตีความให้เข้ากับกรุงเทพฯ โดย Chef Juan Ignacio García Racionero เชฟชาวมาดริดที่หยิบเอาเอกลักษณ์ของอาหารจากหลากหลายภูมิภาคของสเปนมาผสานกับวัตถุดิบไทย จนออกมาเป็นเมนูทาปาสที่ยังมีกลิ่นอายของสเปน แต่ก็ให้ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนี้อย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่าจะพยายามจำลองร้านอาหารสเปนขึ้นมาไว้กลางกรุงเทพฯ
ตัวร้านเองก็มีเรื่องราวของกรุงเทพฯ ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของการออกแบบ เส้นสายและมุมเรขาคณิตต่าง ๆ ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของสะพานพระราม 8 พร้อมเปิดมุมมองออกไปยังเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเมื่อพระอาทิตย์ลับฟ้า เหนือบาร์ยังมีแผงกระจกที่เปิดให้มองเห็นสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าในมุมที่แปลกตา ทั้งผืนน้ำใสและเงาของผู้คนที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านบน กลายเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนบาร์ทั่วไป
และถ้าจะมีมุมไหนที่ควรขึ้นไปสัมผัสให้เห็นกับตา ก็คงเป็นสระว่ายน้ำอินฟินิตี้บนชั้น 34 ที่มาพร้อมพื้นกระจกใสส่วนหนึ่งซึ่งยื่นออกไปเหนือกรุงเทพฯ ราวกับลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ว่าจะนั่งแช่น้ำ เอนตัวอยู่ริมสระ หรือมองลงผ่านพื้นกระจก เส้นขอบฟ้าของเมืองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ไปโดยไม่รู้ตัว พร้อมด้วย Giant Swing Pool Bar ช่วยเติมบรรยากาศให้พื้นที่บนดาดฟ้ายิ่งน่านั่งนานขึ้น ช่วยชูโรงให้ Rooftop แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนอำนวยความสะดวกของโรงแรม แต่กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่น่าจดจำที่สุดของการเข้าพัก
ตบท้ายช่วงมื้อค่ำก็ไปกับจังหวะชีวิตที่ค่อย ๆ ใช้เวลาไปอย่างไม่เร่งรีบ จะเลือกเมนูแนะนำของเชฟ หรือปล่อยตัวเองไปกับทาปาสหลากหลายจานก็เข้ากันได้ดี โดยมีทั้งไวน์ของทางร้าน เบียร์สดสไตล์สเปน และซิกเนเจอร์ค็อกเทลให้เลือก หรือหากไม่ดื่มก็ยังมีเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ให้บริการ เมื่อแสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ จางลง กรุงเทพฯ ด้านนอกก็เริ่มเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงเวลาที่คุ้นเคยด้วยแสงไฟระยิบจากตึกระฟ้าและท้องถนนที่ค่อย ๆ สว่างไสวขึ้นทั่วเมือง และเมื่อมองจากชั้นสูง วิวตรงหน้าก็สวยจนแทบไม่ต้องเติมแต่งอะไรอีกแล้ว
เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดหนึ่งวันที่ INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit สิ่งที่น่าจดจำคงไม่ได้มีเพียงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่คือความรู้สึกที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตั้งแต่เช้าจนแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เปิดโอกาสให้เราเลือกใช้เวลาในแบบที่ต้องการ ท่ามกลางพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นของเราเอง หรือเลือกเอนกายลงบนพื้นที่พักผ่อนที่เปี่ยมด้วยความสบายใจ ในขณะที่กรุงเทพฯ และทุกความเคลื่อนไหวยังคงอยู่ใกล้แค่เอื้อม
INNSiDE BY MELIÁ BANGKOK SUKHUMVIT
Address: 1472 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
Tel: 02 340 5499
Website: www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit



















