“microWAVE FILM FEASTival ภาค 3 จันทบุรี” เมื่อภาพยนตร์เชื่อม “อาหาร–ศิลปะ–ผู้คน–วิถีชีวิต” สู่เรื่องเล่าของเมือง ที่สร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้เมืองจันท์
เทศกาล “microWAVE FILM FEASTival เทศกาลรวมคลื่น~หนังเคลื่อน ภาค 3 จันทบุรี” โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานพันธมิตร และนักสร้างสรรค์ แม้ตัวเทศกาลฯ ได้จบลงไปแล้ว แต่การขับเคลื่อนในพื้นที่ได้สร้างเรื่องราวบทใหม่ให้กับจันทบุรี และย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยยอดผู้เข้าร่วมตลอดเทศกาลกว่า 7,000 คน ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของโมเดลการเชื่อมโยงเทศกาลสร้างสรรค์ ผ่าน “คน–พื้นที่–ทุนวัฒนธรรม” ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เมืองรอง พร้อมนำสินทรัพย์ด้านอาหารมาเชื่อมโยงกับภาพยนตร์ ศิลปะ และศาสตร์สร้างสรรค์อื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาส เพิ่มมูลค่าให้กับเมืองจันท์ต่อยอดสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก (UNESCO Creative City of Gastronomy)
เทศกาลในฐานะ “เครื่องมือ” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy)
การจัดเทศกาลฯ ไม่ได้เป็นเพียงงานรื่นเริงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่สำหรับ CEA คือ ‘ยุทธศาสตร์และเครื่องมือ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับพื้นที่ (Local Economy) โดยให้เทศกาลเป็นพื้นที่ทดลองใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนา คน ธุรกิจ และเมือง ผ่านการนำสินทรัพย์ท้องถิ่นมาบูรณาการข้ามศาสตร์ เช่น เทศกาล “microWAVE FILM FEASTival” ภาค 3 จันทบุรี ที่นำ ‘ภาพยนตร์’ และ ‘วัตถุดิบอาหารชั้นเลิศเมืองจันท์’ มาตีความใหม่ พร้อมนำเสนอในรูปแบบเทศกาลภาพยนตร์โดยมีของดีเมืองจันท์เป็นแกนหลักภายใต้แนวคิดของเทศกาล ‘FEASTival’ CEA และเครือข่ายนักสร้างสรรค์ จึงได้มุ่งยกระดับห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรมในท้องถิ่นตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเพื่อทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการดั้งเดิม ทั้งร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน เกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบ ไปจนถึงธุรกิจการบริการต่าง ๆ ในจังหวัด ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้กับทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพิสูจน์ให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
การพัฒนาเชิงลึกด้วยกลยุทธ์ Co-Creation และ Train the Maker
นอกจากมิติทางเศรษฐกิจ หัวใจสำคัญของการจัดเทศกาล คือ การพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ (Creative Ecosystem) ในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักของ CEA ในการพัฒนาพื้นที่แบบครบมิติ ทั้งด้านบุคลากร (Creative People) ธุรกิจ (Creative Business) และพื้นที่ (Creative Place)
ความสำเร็จของเทศกาลฯ มาจากการวางรากฐานการทำงานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดย CEA ใช้กลยุทธ์ “Train the Maker” เพื่อเตรียมความพร้อมและติดอาวุธทางความคิดให้ผู้จัดงานท้องถิ่น เช่น การทำงานร่วมกับกลุ่มเสน่ห์จันท์และคนรุ่นใหม่ที่กลับคืนถิ่น เพื่อให้เครือข่ายในพื้นที่สามารถบริหารจัดการ ต่อยอดกิจกรรม และพัฒนาย่านของตนเองได้ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญส่วนกลางสู่บุคลากรท้องถิ่น ทำให้เมื่อเทศกาลจบลง องค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือยังคงเติบโตต่อได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานภายนอกเพียงอย่างเดียว
ฟื้นฟูย่านเก่าสู่การสร้างแบรนด์เมือง (City Branding)
อีกหนึ่งมิติความสำเร็จที่โดดเด่น คือ การปรับโฉมพื้นที่ดั้งเดิมและพื้นที่ทิ้งร้างให้กลับมามีชีวิต ผ่านการพัฒนาร่วมกันระหว่างนักสร้างสรรค์และชุมชน เช่น โรงหนังเก่าจันทบุรีมัลติเพล็กซ์ ตลาดชุมชนเฉลิมจันท์ และพื้นที่ริมน้ำจันทบูร ให้เกิดเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ ทั้ง Micro Cinema พื้นที่กิจกรรมร่วมกันของชุมชน และพื้นที่จัดแสดงศิลปะร่วมสมัย การพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ช่วยยกระดับการเกิดกลุ่มนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ และต่อยอด City Branding ให้กับจันทบุรี ผ่านการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นและศักยภาพของพื้นที่มาเชื่อมโยง เพื่อสร้างคุณค่าใหม่
ก้าวต่อไปของจันทบุรีบนเวทีระดับสากล
ปรากฏการณ์จากเทศกาล “microWAVE FILM FEASTival ภาค 3” เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของจังหวัดจันทบุรีในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วยสินทรัพย์ทางภูมิปัญญาและวัตถุดิบอาหารที่หลากหลาย ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันเมืองจันทบุรีสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก” (UNESCO Creative City of Gastronomy) ต่อไป อนาคตของจันทบุรีจึงมีศักยภาพก้าวจากเมืองรองสู่การเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม อาหาร และความคิดสร้างสรรค์ ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีระดับสากล
