NEWS

กรมประชาสัมพันธ์ ปลื้มความสำเร็จงานแฟชั่นไทย Soft Power เชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนยกระดับผ้าไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล

กรมประชาสัมพันธ์ ปลื้มความสำเร็จงานแฟชั่นไทย Soft Power เชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนยกระดับผ้าไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล

        กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของประเทศไทย ผ่านโครงการ ออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ Soft Power ด้านแฟชั่น ยกระดับ ผ้าไทย” และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แฟชั่นร่วมสมัย อันเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเผยแพร่พระราชปณิธานด้านการส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนสร้างกระแสความนิยมสินค้าแฟชั่นที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่รู้จัก สร้างการเข้าถึงได้อย่างกว้างขวางสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีสากลโดยจัดกิจกรรมการแสดงผลงานนิทรรศการและเสวนาวิชาการ เมื่อวันที่ 1-3 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 

        ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ที่ 3 กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ ในการผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นผ้าไทยให้เป็นหนึ่งในพลัง Soft Power สำคัญของประเทศ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบร่วมสมัย และการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์สู่กลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศ 

        กิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย การเสวนาเชิงวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิในวงการแฟชั่น ในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ชุดไทยพระราชนิยม จากราชสำนักสู่ความร่วมสมัยมรดกวัฒนธรรมสู่แรงบันดาลใจใหม่ แฟชั่นไทย กับ Soft Power : จากภูมิปัญญาชุมชนสู่ตลาดโลก โดยผู้ทรงคุณวุฒิ นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เช่น  ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ ผ้าไทยใส่ให้สนุก”, คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATRE, คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE, คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA, คุณฝน สรลักษณ์ ติกขะปัญญา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ARCHIVE026คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH รวมถึงคณาจารย์และนักวิชาการด้านแฟชั่นจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแฟชั่นโชว์ ภายใต้แนวคิด “THE WALK OF WOVEN IDENTITIES : รันเวย์แห่งตัวตนที่ถูกถักทอ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยนำเสนอผลงานแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาจาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ พร้อมได้รับเกียรติจาก มิว – ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ นักแสดงและนายแบบชื่อดัง ร่วมเดินแบบในครั้งนี้ 

หรับผู้ประกอบการชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 กลุ่ม ประกอบด้วย 

1)  “อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง” จังหวัดลำพูน โดดเด่นด้านผ้าไหมยกดอกและผ้าฝ้ายทอมือแบบล้านนา ที่สืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมผ่านลวดลายประณีตและมีมิติ  

2)  “บริษัท ไทยซิลค์ วิลเลจ จำกัด” จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ผลิตผ้าไหมคุณภาพสูงครบวงจร ถ่ายทอดกระบวนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมพัฒนาสินค้าและกิจกรรมเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม  

3)  “กลุ่มไหมทองสุรนารี” จังหวัดนครราชสีมา เชี่ยวชาญผ้าไหมมัดหมี่ทอมือที่ผสมผสานลายโบราณกับดีไซน์ร่วมสมัย และได้รับมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน  

4)  “กลุ่ม ธ.มณโฑ” จังหวัดอุดรธานี มีจุดเด่นด้านการทอผ้าขิดและมัดหมี่ร่วมสมัย ใช้สีธรรมชาติและเส้นใยพิเศษ    สร้างลวดลายที่มีเอกลักษณ์  

5)  “กลุ่มขวัญตา (ศูนย์การเรียนรู้และออกแบบขวัญตา)” จังหวัดหนองบัวลำภู ศูนย์เรียนรู้และออกแบบผ้าไทย 
ที่นำงานหัตถกรรมท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นแฟชั่นร่วมสมัย และผลักดันสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติ  

6)  “CHATTUWAN THAISILK จังหวัดร้อยเอ็ด นำเทคนิคมัดหมี่แบบดั้งเดิมมาพัฒนาเป็น Modern Ikat ถ่ายทอดเรื่องราวของทุ่งกุลาร้องไห้ผ่านแฟชั่นร่วมสมัย  

7)  “กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์” จังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าแพรวาและผ้ายกทอง ถ่ายทอดลวดลายสิริมงคลในรูปแบบร่วมสมัย  

8)  “กลุ่มอิมปานิ” จังหวัดราชบุรี ต่อยอดผ้าขาวม้าพื้นเมืองสู่สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ดีไซน์ทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่  

9)  “กลุ่มโรงทอผ้าศรีวิชัย” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ่ายทอดเรื่องราวอาณาจักรศรีวิชัยและวัฒนธรรมภาคใต้ผ่านลวดลายและโทนสีจากแรงบันดาลใจทางประวัติศาสตร์  

10) “ME-D NATHAP จังหวัดสงขลา สร้างสรรค์ผ้าบาติกและงานย้อมสีธรรมชาติจากทรัพยากรท้องถิ่น สะท้อนแนวคิดแฟชั่นยั่งยืนที่เชื่อมโยงศิลปะ สิ่งแวดล้อม และชุมชนเข้าด้วยกัน 

        แต่ละชุมชนล้วนมีอัตลักษณ์โดดเด่นและสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ทั้งผ้าไหมยกดอกล้านนา ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าขิด ผ้าแพรวา ผ้าขาวม้าร่วมสมัย ไปจนถึงผ้าบาติกและงานย้อมสีธรรมชาติ โดยมีการต่อยอดองค์ความรู้ ด้านการออกแบบและแฟชั่น เพื่อพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์สามารถตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน 

        โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริม ผ้าไทย” ให้เป็นมากกว่างานหัตถกรรมพื้นบ้าน แต่เป็นพลังสร้างสรรค์ที่สามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทยสู่เวทีโลก ผ่านแนวคิด Soft Power ที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *