Turkmenistan ท่องเมืองโบราณ ย้อนประวัติศาสตร์ตามรอยเส้นทางสายไหม
เติร์กเมนิสถาน อดีตดินแดนส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียกลาง ทางทิศตะวันออกของทะเลแคสเปียน และทางทิศตะวันตกของแม่น้ำอะมู-ดาร์ยา (Amu-Darya) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ภาคเหนือมีพรมแดนติดกับคาซัคสถาน ภาคตะวันออกติดกับอุซเบกิสถาน ภาคตะวันตกติดกับอิหร่าน และภาคใต้ติดกับอัฟกานิสถาน เติร์กเมนิสถานเป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม (Silk Road) มีอารยธรรมที่ผสมผสานระหว่างอิสลาม กรีก และเปอร์เซียสมัยโบราณที่ยาวนานกว่า 4,000 ปี และยังคงมีเสน่ห์จากวัฒนธรรมดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญมากมาย ที่น่าสนใจและควรเก็บเติร์กเมนิสถานไว้ใน Bucket List สักครั้งในชีวิต
กรุงอาชกาบัต (Ashgabat City)
กรุงอาชกาบัตเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเติร์กเมนิสถาน ตั้งอยู่กลางทะเลทรายคาราคุม มีพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมถึงร้อยละ 70 ของประเทศ และมีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ชื่อของเมืองในภาษาเปอร์เซียหมายถึง “เมืองแห่งความรัก” กรุงอาชกาบัตได้รับสมญานามว่า “เมืองสีขาว” เพราะมีอาคารสถาปัตยกรรมหินอ่อนสีขาวมากที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการบันทึกในกินเนสส์บุ๊ค โดยมีแลนด์มาร์คสำคัญหลายแห่ง เช่น ทำเนียบประธานาธิบดีโอกูซข่าน อนุสรณ์สถานแห่งเอกราชและสันติภาพ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ บรรยากาศของเมืองมีความสวยงามและสะอาดตา ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้มาเยือน
Address: Ashgabat, Turkmenistan



Altyn Asyr Barzaar
สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเติร์กเมนที่ตลาด Altyn Asyr ศูนย์รวมร้านค้าและตลาดพื้นบ้านที่ครบครันและใหญ่ที่สุดในเติร์กเมนิสถาน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงอาชกาบัต ที่มีสินค้าให้เลือกช้อปปิ้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม ข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงผ้าทอ และเครื่องแต่งชนเผ่ามารี เป็นต้น
Address: Altyn Asyr Barzaar, Ashgabat, Turkmenistan
Do You Know: ชาวเติร์กเมนยังคงรักษาการแต่งกายตั้งเดิมเอาไว้ ผู้ชายสวมกางเกงขายาวหลวม ๆ สีน้ำเงิน สวมรองเท้าบูททับขากางเกง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ทับด้วยเสื้อคลุมไหมสีแดงมีแถบสีทอง สวมหมวกขนสัตว์ ชุดผู้หญิงเป็นกระโปรงยาวคลุมข้อเท้าสีแดง ประดับด้วยแผ่นเงิน หรือโลหะสวมกางเกงขายาวด้านใน ผูกผมไว้ด้านหลัง และคลุมศีรษะด้วยผ้า

มัสยิดเติร์กเมนบาชิ รูฮึ (Turkmenbashi Ruhy)
มัสยิดประจำชาติของเติร์กเมนิสถาน ซึ่งถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 216 ไร่ ห่างจากกรุงอาชกาบัตไปทางทิศตะวันตกประมาณ 7 กม. ในหมู่บ้านคิปยัค บ้านเกิดของนายซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ (Saparmurat Niyazov) ประธานาธิบดีคนแรกของเติร์กเมนิสถาน มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ. 2002 – 2004 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการประกาศเอกราชในปี 1991 ตัวอาคารสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวจากอิตาลี ปูพื้นด้วยพรมทอมือขนาดใหญ่ รองรับผู้เข้าชมได้มากถึง 10,000 คน มีโดมทองคำสูง 55 ม. และหอคอยสูง 91 ม. ซึ่งตั้งอยู่ล้อมรอบโดมทั้งสี่ด้าน มีความสวยงามและอลังการอย่างไม่เหมือนใคร
Address: Türkmenbasy Ruhy Metjidi Gypjak Mosque, M37, Ashgabat, Turkmenistan



ปราการพาร์เทียนแห่งเมืองนิสา (Parthian Fortress of Nisa)
เมืองนิสา เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของอาณาจักรพาร์เทียน (Parthian) ซึ่งมีอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียกลาง 247 ปีก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ. 224 เมืองนิสาได้รับการสถาปนาโดยกษัตริย์ Arsaces ที่ 1 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นเมือง Mithradatkirt โดยกษัตริย์ Mithridates ที่ 1 ก่อนที่จะล่มสลายจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 10 ปีก่อนคริสตกาล ที่ตั้งของเมืองอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ป้องกันมิให้อาณาจักรโรมันแผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาในเอเชีย เคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังและอาราม พระคลังมหาสมบัติ ซึ่งมีห้องเก็บไวน์ วัตถุล้ำค่า และข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ มากมาย จุดเด่นของเมืองคือ ปราการพาร์เทียนแห่งเมืองนิสา กำแพงหนาราว 8 – 9 ม. ล้อมรอบหอคอยจำนวน 43 แห่ง เป็นวงล้อมสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ยังคงปรากฎร่องรอยอยู่ในปัจจุบัน มีความเก่าแก่ล้ำค่าจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก โดยองค์กร UNESCO
Address: Old Nisa, Ashgabat, Turkmenistan

หลุมก๊าซดาร์วาซา (Darvaza Gas Crater)
หนึ่งในไฮไลท์ของเติร์กเมนิสถานคือ หลุมก๊าซดาร์วาซา หรือ “ประตูสู่นรก” (Door to Hell) ตั้งอยู่ในทะเลทรายคาราคุม ห่างจากกรุงอาชกาบัตประมาณ 260 กม. เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1971 เมื่อวิศวกรโซเวียตขุดเจาะน้ำมัน แต่พื้นดินยุบตัวเป็นหลุมกว้าง 70 ม. และลึก 30 ม. ทำให้อุปกรณ์ตกลงไป และการจุดไฟเผาหวังให้ก๊าซดับกลับกลายเป็นเปลวไฟที่ไม่เคยดับมานานกว่า 40 ปี จนกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ยังมี Darvaza Water Crater หลุมน้ำสีเขียวมรกตที่มีฟองก๊าซพวยพุ่งขึ้นตลอดเวลา
Address: Darvaza Gas Crater, Darvaza, Turkmenistan



หุบเขาแยงกีคาลา (Yangykala Canyon)
แยงกีคาลา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Grand Canyon แห่งเติร์กเมนิสถาน” หมายความว่า “ปราการอัคคี” ในภาษาท้องถิ่น ตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีร่องรอยการกัดเซาะจากน้ำทะเล ลม และฝนตลอดเวลา หุบเขานี้มีความสูงระหว่าง 60 – 100 ม. และปกคลุมด้วยชั้นหินปูนหลากสี เช่น ชมพู ส้ม แดงฝุ่น เหลือง และขาว ยาวกว่า 25 กม. จากแยงกีคาลาจนถึงแอ่งคาราโบกาซที่ติดทะเลสาบแคสเปียน
Address: Yangykala Canyon, Balkanabat, Turkmenistan



พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์แห่งชาติเมืองมารี (Mary National History and Ethnology Museum
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์แห่งชาติเมืองมารี สถาปัตยกรรมโบราณทรงบล็อกตั้งอยู่ในเมืองมารี เขตโอเอซิสทะเลทรายคาราคุม บนพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ มีทั้งคลองคาราคุมและแม่น้ำมูร์กับห์เป็นแหล่งชลประทานสำคัญ ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการชาติพันธุ์ของชาวเติร์กเมนอันมีเอกลักษณ์ รวมถึงวัฒนธรรมในยุคสมัยต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม
Address: Mary State History Museum, Mary, Turkmenistan
History! เมืองโบราณมารี เดิมทีเป็นที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองมารู อดีตเมืองการค้าสำคัญของราชอาณาจักรเก่าแก่หลายสมัย มีปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 – 9 ถูกปกครองโดยชาวอาหรับ ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ได้ตกอยู่ใต้การปกครองของเติร์กเมนิสถาน และถูกสถาปนาให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลาม จากนั้นได้ถูกมองโกลบุกทำลายใน ค.ศ. 1221 และสหภาพโซเวียตได้เข้ายึดครองใน ค.ศ. 1884 ก่อนที่จะได้รับเอกราชใน ค.ศ. 1991 มาจนถึงปัจจุบัน


ป้อมปราการคิซ คาล่า (The Great Kyz Kala)
สิ่งก่อสร้างที่สมบูรณ์และโดดเด่นที่สุดในหมู่โบราณสถานของอาณาจักรเมอร์ฟ เมืองโอเอซิสเก่าแก่บนทะเลทรายคาราคุม ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางสายไหมในเอเชียกลาง ตั้งอยู่ห่างจากกรุงอาชกาบัตประมาณ 400 กม. ทางทิศตะวันตก ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมเปอร์เซียโบราณ ล้อมรอบด้วยอิฐลูกฟูกสูงใหญ่ ทำให้ดูสวยงามแปลกตา เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดในการเยือน
Address: The Great Kyz Kala, Merv, Turkmenistan

คูนยา อูร์เกนช์ (Kunya Urgench)
เมืองมาร์กูอันของเติร์กเมนิสถานเป็นเมืองมรดกโลกและเมืองหลวงของอาณาจักรโคเรซัมเหนือ ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าระหว่างซามาร์คานด์ ทะเลแคสเปียน และรัสเซีย เมืองนี้มีโบราณสถานสำคัญเช่น คาราวานซาราย ป้อมปราการ และสุสานสูง 60 ม. ซึ่งสะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางสถาปัตยกรรมที่มีอิทธิพลต่อศิลปะอิหร่านและอัฟกานิสถานก่อนที่จะมีอิทธิพลจากอาณาจักรโมกุลแห่งอินเดียจะแผ่เข้ามาในราวศตวรรษที่ 16
Address: Kunya Urgench, Köneürgench, Turkmenistan



Top Dish! อาหารพื้นเมืองที่น่าสนใจของชาวเติร์กคือ Manti แป้งสอดใส่ด้วยเนื้อบดผสมหัวหอมและฟักทอง แล้วนำไปนึ่ง ส่วนขนมปังที่บริโภคกันอย่างแพร่หลายคือ Chorek ซึ่งเป็น ขนมปังอบโอ่ง ส่วนเครื่องดื่มที่ขึ้นชื่อคือ นมอูฐหมัก หรือ Chal มีรสชาติออกเปรี้ยว ซึ่งนอกจากจะเป็นที่นิยมของชาวเติร์กแล้ว ยังเป็นที่ชื่นชอบของชาวคาซัคด้วยเช่นกัน
