โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นำเสนอไทยอาฟเตอร์นูนทีครั้งแรก ร่วมกับเชฟชาลี กาเดอร์ ที่ เดอะ เลานจ์
เชฟอันเดรีย โบนัฟฟินี เอ็กเซ็กคิวทีฟเพสทรีเชฟ ต้อนรับเชฟชาลี กาเดอร์ แห่งร้านวรรณยุค ร้านอาหารไทยร่วมสมัยระดับหนึ่งดาวมิชลิน ร่วมรังสรรค์อาฟเตอร์นูนทีครั้งแรกของเดอะ เลานจ์ที่ถ่ายทอดรสชาติไทยอย่างเต็มรูปแบบ
โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นำเสนออีกบทใหม่ของประสบการณ์อาฟเตอร์นูนที ที่ เดอะ เลานจ์ (The Lounge) ถ่ายทอดเสน่ห์ของรสชาติไทยผ่านความร่วมมือแบบลิมิเต็ดไทม์ระหว่าง เชฟอันเดรีย โบนัฟฟินี (Andrea Bonaffini) เอ็กเซ็กคิวทีฟเพสทรีเชฟ และ เชฟชาลี กาเดอร์ (Chalee Kader) เชฟมากฝีมือแห่ง ร้านวรรณยุค (Wanna Yook) ร้านอาหารไทยร่วมสมัยระดับหนึ่งดาวมิชลิน
เป็นครั้งแรกที่อาฟเตอร์นูนทีซิกเนเจอร์ของเดอะ เลานจ์ ได้รับการรังสรรค์ขึ้นโดยมีรสชาติไทยเป็นหัวใจสำคัญ โดยหยิบเอาเมนูคุ้นเคย วัตถุดิบ และความทรงจำจากอาหารไทยในหลากหลายภูมิภาคมาเป็นแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ ข้าวเกรียบปากหม้อ และข้าวซอย ไปจนถึงข้าวเหนียวสังขยา และบัวลอย แต่ละรสชาติถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบใหม่ที่น่าประหลาดใจ โดยยังคงเอกลักษณ์และหัวใจของเมนูต้นฉบับไว้อย่างชัดเจน
สำหรับการนำเสนออาฟเตอร์นูนทีครั้งล่าสุดนี้ เชฟอันเดรียได้เชิญเชฟชาลีมาถ่ายทอดมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีต่ออาหารไทยร่วมสมัยสู่โต๊ะอาฟเตอร์นูนที เชฟชาลีเป็นที่รู้จักจากการนำมรดกทางอาหารของไทยมาเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ ก่อนนำมาตีความผ่านมุมมองใหม่การร่วมงานครั้งนี้จึงเป็นการสำรวจว่า เมื่อรสชาติไทยมาพบกับธรรมเนียม เทคนิค และความละเมียดละไมของอาฟเตอร์นูนที จะเกิดเป็นประสบการณ์ในรูปแบบใด
“อาหารไทยเต็มไปด้วยความทรงจำ” เชฟชาลี กาเดอร์ กล่าว “เราสามารถจดจำอาหารจานหนึ่งได้จากกลิ่น ความสมดุลของรสชาติ หรือแม้แต่เนื้อสัมผัสบางอย่าง ความสนุกของการร่วมงานครั้งนี้คือการนำความทรงจำเหล่านั้นมาแปลความใหม่ผ่านภาษาของอาฟเตอร์นูนที รูปลักษณ์อาจดูแตกต่างจากที่คุ้นเคย แต่เมื่อได้ลิ้มลอง ผมยังอยากให้เกิดช่วงเวลาที่ทุกคนจดจำรสชาตินั้นได้ทันที และรู้สึกว่านี่คือรสชาติไทยอย่างแท้จริง”
ตลอดประสบการณ์อาฟเตอร์นูนที เมนูไทยอันคุ้นเคยถูกนำมาเป็นจุดเริ่มต้นของทั้งเมนูคาวและหวานที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเดอะ เลานจ์ ข้าวเกรียบปากหม้อ ข้าวซอย และหอยทอด กลายเป็นแรงบันดาลใจของเมนูคาว ขณะที่ ขนมเปียกปูน ข้าวเหนียวสังขยา และขนมบัวลอย ได้รับการตีความใหม่ในฝั่งของหวานแทนที่จะย่อส่วนเมนูดั้งเดิมให้เล็กลง แต่ละคำเลือกหยิบรสชาติและเอกลักษณ์สำคัญของจานต้นฉบับมานำเสนอใหม่ ให้ทั้งความรู้สึกคุ้นเคยและความแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน
เชฟอันเดรียยังเติมมุมมองของตนเองให้กับประสบการณ์ครั้งนี้ผ่านของหวานสำหรับแชร์ร่วมกันบนโต๊ะอย่าง แซงต์-ออนอเรสไตล์ไทย ที่ผสาน มะกรูด ลำไย และพริกในรสเผ็ดอ่อน ๆ นำเทคนิคเพสทรีฝรั่งเศสแบบคลาสสิกมาพบกับวัตถุดิบไทยอย่างลงตัว สะท้อนบทสนทนาทางรสชาติระหว่างสองเชฟที่ปรากฏอยู่ตลอดทั้งประสบการณ์อาฟเตอร์นูนที
“ที่เดอะ เลานจ์ เราอยากให้อาฟเตอร์นูนทีสร้างความประหลาดใจให้กับแขกอยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็ยังสะท้อนถึงสถานที่ที่เราอยู่” เชฟอันเดรีย โบนัฟฟินี เอ็กเซ็กคิวทีฟเพสทรีเชฟ กล่าว“ชาลีมีมุมมองต่ออาหารไทยที่น่าสนใจมาก เขาเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับรสชาติและความทรงจำที่อยู่เบื้องหลังอาหารแต่ละจาน การนำมุมมองของเขามาผสานเข้ากับแนวทางด้านเพสทรีของเรา ทำให้เราได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กับเดอะ เลานจ์ โดยที่ยังคงเป็นการเฉลิมฉลองรสชาติและความเป็นไทยอย่างแท้จริง”
เสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายริมแม่น้ำเจ้าพระยาของเดอะ เลานจ์ อาฟเตอร์นูนทีแบบลิมิเต็ดไทม์ครั้งนี้มอบมุมมองใหม่ในการสัมผัสรสชาติไทย ให้ทั้งแขกในกรุงเทพฯ และนักเดินทางจากทั่วโลกได้ค้นพบเสน่ห์ของอาหารไทยผ่านหนึ่งในประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ชื่นชอบของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ
Four Seasons Hotel Bangkok Celebrates Thai Flavours with Chef Chalee Kader พร้อมให้บริการ ที เดอะ เลานจ์ โรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตังแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ทุกวัน เวลา 14.00–17.00 น. ราคา 1,800++ บาทต่อท่าน
สอบถามข้อมูลเพิมเติมและสํารองทีนังได้ทีเว็บไซต์ห้องอาหารของโรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ โทร. 02 032 0885 หรือพูดคุยกับเราผ่าน FS
App Chat
